ตะลึง! คุณภาพการศึกษาไทยรั้งอันดับ 8 ในอาเซียน

ตะลึง! ผลวิจัย ชี้ คุณภาพการศึกษาไทยรั้งอันดับ 8 ในอาเซียน


อุดมศึกษาไทยตามหลังกัมพูชา อันดับ8ในเออีซี/สำนักพิมพ์ตำราPearsonตอกซ้ำรั้ง”กลุ่มบ๊วย” (ไทยโพสต์)

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

“ภา วิช” ระบุคุณภาพการศึกษาไทยตกต่ำลงเรื่อย ๆ สถาบันวิจัยของสำนักพิมพ์ตำรา Pearson จัดอันดับการศึกษาของไทย อยู่ในกลุ่มสุดท้าย มีคะแนนต่ำที่สุด ระดับอุดมศึกษาแย่หนัก ถูกจัดอยู่อันดับ 8 ตามหลังกัมพูชาและฟิลิปปินส์ ยกย่องมาเลเซียเดินหน้าพัฒนาคุณภาพการศึกษาดีเยี่ยม

เมื่อวานนี้ (26 ธันวาคม) สภาการศึกษา (สกศ.) จัดการประชุมระดมความเห็นเรื่อง “การพัฒนากรอบและทิศทางการวิจัยทางการศึกษาของประเทศ (พ.ศ.2555-2558) เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามนโยบายด้านการศึกษาของรัฐบาล” ซึ่ง ศ.(พิเศษ) ภาวิช ทองโรจน์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ในฐานะที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ กล่าวบรรยายพิเศษเรื่อง “ยุทธศาสตร์การวิจัยเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาไทยตามนโยบายด้านการ ศึกษาของรัฐบาล” ตอนหนึ่งว่า ประเทศ ไทยถูกสะท้อนภาพคุณภาพการจัดการศึกษาที่ตกต่ำลงทุกปี อาทิ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทยจัดอยู่ในอันดับ 6 ของประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยไทยตามหลังเวียดนาม ขณะที่ระดับอุดมศึกษาอยู่อันดับ 8 ซึ่งเป็นที่น่าตกใจว่าเราตามหลังกัมพูชาและฟิลิปปินส์ เป็น เรื่องที่ไม่อยากจะเชื่อ แต่ก็รับทราบข้อมูลไว้ก่อน ทั้งนี้ พบว่าการจัดอันดับของหน่วยงานอื่น ๆ ไทยก็ถูกจัดอันดับต่ำลงเรื่อย ๆ ขณะที่ประเทศมาเลเซียมีดัชนีที่ชัดเจนว่ากำลังก้าวเข้าสู่วิสัยทัศน์ที่ได้ ประกาศไว้ว่า ปี ค.ศ.2020 มาเลเซียจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว

ที่ปรึกษา รมว.ศธ.กล่าวอีกว่า สถาบันวิจัยของสำนักพิมพ์ตำรา Pearson จัดอันดับการศึกษาของไทยอยู่ในกลุ่มสุดท้าย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีคะแนนต่ำที่สุด โดยสถาบันแห่งนี้ได้วิจัยและมีข้อสรุปว่า เงินทุนไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่สุดของการมีระบบการศึกษาที่ดี และการที่ครูอาจารย์มีเงินเดือนสูงก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีความสามารถทางการ สอนสูงตามไปด้วย สำหรับประเทศไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เราผลักดันเรื่องเงินเดือนครู ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี แต่เราก็ต้องเร่งรัดครูในเรื่องประสิทธิภาพในการสอนควบคู่กันไปด้วย

ศ.(พิเศษ) ภาวิช กล่าวอีกว่า การจะแก้ไขปัญหาวิกฤติการศึกษาของชาตินั้น รัฐบาลนี้มีนโยบายที่จะปฏิรูปหลักสูตรและปฏิรูปครู โดยขณะนี้หลักสูตรขั้นพื้นฐานอยู่ในระหว่างการปรับรื้อ ส่วนการปฏิรูปครูนั้นจะต้องเร่งวางระบบการผลิตและพัฒนาที่ชัดเจน เนื่องจากที่ผ่านมาหน่วยงานต่าง ๆ ออกมาระบุเพียงว่า 10 ปีข้างหน้าจะมีครูที่เกษียณอายุราชการ 200,000 อัตรา แต่สถาบันการผลิตครูกลับไม่มีทิศทางที่ชัดเจนในการผลิตครู โดย พบว่าในปี 2555 มีอัตราว่างเพื่อบรรจุครู 1,500 อัตรา แต่มีผู้จบครูมาสมัคร 190,000 คน แสดงว่าเรามีคนที่มีใบประกอบวิชาชีพครูล่องลอยโดยไม่มีงานทำกว่า 200,000 คน ขณะที่สถาบันการผลิตรับนักศึกษาเฉลี่ยปีละ 50,000 คน และที่น่าตกใจมากกว่านั้นคือ ปี 2555 รับนักศึกษาปี 1 คณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ พุ่งสูงถึง 100,000 คน ดังนั้นในอีก 5 ปี เราจะมีบัณฑิตที่จบด้านครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ หลายแสนคน ซึ่งจะเป็นฝันร้ายของวงการศึกษาในอนาคตแน่นอน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

  1. ด.ช.อธิวัฒน์ อรรคบุตรชั้น ม.1/3 โรงเรียนหนองซนพิทยาคม คร้าบบบ

    อยากให้ถึงปี พ.ศ.2558ไวๆ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: